Google.org ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก รับมือผลกระทบโควิด-19

กองบรรณาธิการ

แจ็คกี้ หวาง ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท กลูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า Google.org ได้ให้ทุนสนับสนุนจำนวน 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 102 ล้านบาท) ในการช่วยเหลือมูลนิธิเอเชียเพื่อสนุนพันธมิตรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในการดำเนินการขยายการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้ครอบคลุมประชาชนจำนวน 200,000 รายในประเทศบรูไน กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และ เวียดนาม โดยจะให้ทุนสำหรับการฝึกอบรมในชุมชนชายขอบ รวมถึงโครงการต่างๆ สำหรับสตรี คนหนุ่มสาวที่ทำงานต่ำกว่าความสามารถที่ตัวเองมีอยู่ (underemployed) และผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย

สำหรับประเทศไทย ทุนสนับสนุนที่ได้รับจะเน้นไปที่ชุมชนชายขอบและผู้ที่ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมประเภทนี้มาก่อน ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกรในท้องถิ่นและผู้ประกอบการขนาดเล็กใน 20 จังหวัดทั่วไทย อาทิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำพูน ลำปาง พะเยา ตาก โดยตั้งเป้าให้มีผู้ได้รับการฝึกอบรมจำนวน 40,000 คน และในจำนวนนี้เป็นสตรีและเยาวชนหญิง 50%

ด้วยการสนับสนุนของคณะกรรมการประสานงานอาเซียนด้านวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือ ACCMSME (ASEAN Coordinating Committee on Micro, Small and Medium Enterprises) และความร่วมมือจากองค์กรท้องถิ่น เช่น มูลนิธิกองทุนไทย และสมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.) โครงการต่างๆ ของมูลนิธิเอเชียจะช่วยให้เจ้าของธุรกิจและแรงงานใน 10 ประเทศอาเซียนมีทักษะและเครื่องมือที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในยุคของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งให้คำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับวิธีในการรับมือและฟื้นตัวจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโควิด-19 เช่น การช่วยให้ธุรกิจเข้าใจตัวเลือกการจัดส่งที่มีอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ทุกที่ เป็นต้น

สำหรับทุนสนับสนุนจาก Google.org ตั้งเป้าฝึกอบรมแรงงานในธุรกิจ SME จำนวน 3 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทักษะดิจิทัลยังคงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้คนหลายล้านคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในแต่ละปี และธุรกิจต่างๆ ได้ผันตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์กันมากขึ้น

หน่อแอริ ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นผู้บริหารกลุ่มผ้าทอมือ “เชซูโหม่” ที่จำหน่ายเครื่องนุ่งห่มแบบดั้งเดิมให้กับสมาชิกในชุมชนของเธอที่บ้านห้วยอีค่าง จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กิจการของกลุ่มเชซูโหม่มีความมั่นคงเป็นอย่างดี แต่หลังจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้มีกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ หน่อแอริจึงต้องหาวิธีใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยเธอได้ลองทำโฆษณาออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

กลุ่มเชซูโหม่เป็นหนึ่งในวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro, Small and Medium Enterprises: MSMEs) จำนวน 64 ล้านรายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธุรกิจเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีส่วนสำคัญในการให้บริการที่จำเป็นแก่ชุมชนของพวกเขาและสนับสนุนอาชีพที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นเท่านั้น พวกเขายังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้อีกด้วย เราจึงต้องการช่วยให้พวกเขาได้รับความรู้และการฝึกอบรมดิจิทัลที่เหมาะสมเพื่อให้พวกเขาสามารถปรับตัวและฟื้นตัวได้ในที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share