เอ็นทีที โกลบอล เผยผลสำรวจ การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ดันผลประกอบการธุรกิจพุ่งขึ้น 44%

กองบรรณาธิการ

ผลการสำรวจล่าสุดของเอ็นทีที ย้ำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนช่วยองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างความสามารถในการพัฒนานวัตกรรม หนุนธุรกิจโต

เอ็นทีที เผยผลการสำรวจความยั่งยืนขององค์กรระดับโลกในรายงาน “Innovating for a Sustainable Future” พบว่า 44 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรธุรกิจสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นจากแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรายงานระบุว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนมีความจำเป็นตามหลักจริยธรรมและต่อการดำเนินธุรกิจในการช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในเชิงบวกและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น นอกจากนี้ 69 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารทั่วโลก ยอมรับว่านวัตกรรมดิจิทัลเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

รายงาน “Innovating for a Sustainable Future” เป็นการสำรวจความยั่งยืนขององค์กรระดับโลก จัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างเอ็นทีทีและ ThoughtLab เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อการก้าวสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน

สาระสำคัญของผลการศึกษา

รายงานฉบับนี้ ได้สำรวจบริษัท 500 แห่งทั่วโลก เพื่อศึกษาแนวทางที่บริษัทต่าง ๆ ได้นำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนผสานเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมถึงผลที่ได้รับ โดยผลการศึกษามีสาระสำคัญ ดังนี้

·        ผลการสำรวจพบว่า ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น โดย 68 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรที่ทำการสำรวจยอมรับว่า บอร์ดและคณะกรรมการของบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนเป็นอันดับแรก

·        การระบาดของ COVID-19 ได้แสดงให้เห็นถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญของหลายองค์กร โดย 47 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าการระบาดที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน

·        ผลจากการประยุกต์ใช้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน พบว่า 33 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรสามารถลดต้นทุนจากประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น ขณะที่ 32 เปอร์เซ็นต์สามารถพัฒนานวัตกรรม และ/หรือโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ได้มากขึ้น และ 24 เปอร์เซ็นต์ มีการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้น

·        องค์กรทั่วโลกเพียง 12 เปอร์เซ็นต์มองว่า ความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่อง “ดีแต่พูด” และองค์กร 4 ใน 10 ระบุว่า ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และชุมชน คาดหวังให้องค์กรมีการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก

นาย Vito Mabrucco หัวหน้าฝ่าย Global Marketing ของเอ็นทีทีกล่าวว่า เนื่องจากประชากรโลกกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของโลกและผู้คนมากขึ้น เราจึงได้เห็นพันธะสัญญาจากองค์กรต่าง ๆ ในการประยุกต์ใช้และพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน และเมื่อเราไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงสุขภาพของผู้คน หรือการเติบโตของผลกำไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ความยั่งยืนและความสามารถในการทำกำไรทางธุรกิจ จึงเป็นสองสิ่งที่กำลังพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

รายงานฉบับนี้ ได้วางขอบเขต การพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับ 17 Sustainable Development Goals (SDGs) หรือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ  ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนภายในปี 2573 โดยเอ็นทีทีได้ปรับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับ SDGs ครอบคลุม 3 หมวดหมู่หลัก ประกอบด้วย สังคมที่ดี สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เอ็นทีที และ ThoughtLab ได้จัดกลุ่มบริษัทต่างๆ เป็น 3 กลุ่ม (กลุ่มเริ่มต้น กลุ่มระดับกลาง และกลุ่มผู้นำ) โดยพิจารณาจากความก้าวหน้าของบริษัท ภายใต้กรอบแนวทาง 10 ประการสำหรับการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยั่งยืน ประกอบด้วย

·        การพัฒนาวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน และงบประมาณ

·        การพัฒนาโครงสร้างองค์กร ทักษะและทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ

·        เป้าหมายการสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เช่น นักลงทุน ลูกค้า และพนักงาน

·        การกำหนด ติดตาม และรายงานตัวชี้วัดสำหรับผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน

·        การขับเคลื่อนประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและการสร้างให้เกิดนวัตกรรมในการดำเนินงาน

·        การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าและบริการ

·        การประยุกต์ใช้รูปแบบธุรกิจในเชิงนวัตกรรม

·        การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง

·        การบูรณาการเป้าหมายความยั่งยืนและตัวชี้วัดเพื่อการตัดสินใจในการลงทุน

·        การใช้ประโยชน์จากแนวทางการวัดผลที่ใช้กันอยู่ทั่วไป (เช่น GRI, SASB หรือ TCFD)

เมื่อพิจารณาถึงความสำเร็จของผู้นำองค์กร เอ็นทีทีได้สรุปแนวทางปฏิบัติ (Best Practices) โดยอิงจากการวิเคราะห์ศึกษาเพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยแนวทางปฏิบัติดังกล่าว ประกอบด้วย

1.       สร้างรากฐานสู่ความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน (Build the Foundation for Sustainability Excellence) โดยกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และโครงสร้างองค์กรเพื่อความยั่งยืนอย่างชัดเจน มีการตรวจสอบประสิทธิภาพโดยเทียบกับตัวชี้วัดความยั่งยืน และผสมผสานการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าสู่การทำธุรกิจ

2.       ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน (Harness Digital Innovation to Drive Sustainability Results) ผู้บริหารองค์กรควรตระหนักว่า ความยั่งยืนและนวัตกรรมดิจิทัลเป็นสองด้านของเหรียญ เมื่อมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะระบบคลาวด์ AI และ IoT ผู้บริหารต้องเข้าใจว่า การได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเกิดจากกลยุทธ์การผสานความยั่งยืนและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าด้วยกัน

3.       สร้างพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Build Partnerships that Work Together to Deliver on Common Sustainability Goals) ผู้บริหารองค์กรไม่เพียงทำงานอย่างใกล้ชิดกับส่วนต่างๆ ในซัพพลายเชน หากยังต้องพัฒนาความสัมพันธ์กับพันธมิตรที่หลากหลาย ตั้งแต่องค์กรพหุภาคี เอ็นจีโอ (NGOs) ไปจนถึงกลุ่มอุตสาหกรรมและผู้บริโภค

ผลการศึกษานี้ได้เผยแพร่พร้อมกับการเปิดตัวโครงการนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของเอ็นทีที NTT Innovation for a Sustainable Future Program เพื่อนำเสนอผลกระทบเชิงบวกของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) และการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งมอบความยั่งยืนและสร้างให้เกิดประโยชน์ทางสังคม โดยได้วางแนวทางการผสานการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ากับความต้องการในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ภายใต้โครงการนี้ เอ็นทีทีจะสนับสนุนด้านข้อมูลและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้องค์กรต่างๆ นำแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์และการพัฒนานวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรทุกระดับมีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลทางบวกต่อความเจริญรุ่งเรืองของโลกและผู้คน

#NTT #เอ็นทีที #เอ็นทีที โกลบอล #การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน #InnovatingforaSustainableFuture #ThaiSMEs

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share