Siam Banana จากลูกสาวชาวสวนสู่ธุรกิจ 100 ล้าน

จิรพรรณ บุญหนุน

บรรณาธิการ Thaismes.com

Email: thaismes99@gmail.com

หากกล่าวถึงสยาม บานาน่า (Siam Banana) ขนมเค้กฟองน้ำทรงกล้วย คงไม่มีใครปฏิเสธความอร่อยกับรสชาดที่กลมกล่อม เนื้อเค้กสัมผัสที่นุ่มลิ้น ละลายในปาก ไม่ใช่การกล่าวที่เกินจริงเลย ปัจจุบันเค้กฟองน้ำขนาดอ้วนกระทัดรัดจาก สยาม บานาน่า ไม่เพียงเปิดไลน์สินค้าแค่เค้กหากแต่ทีมวิจัยและพัฒนา ของบริษัทได้ต่อยอดพัฒนาสินค้าจากขนมเค้ก สู่ขนมปังโฮวีดและคุ๊กกี้พร้อมรอรับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จากเด็กสาว จังหวัด สตูลสู่เจ้าของธุรกิจ

สยามบานาน่า เกิดจากแรงบันดาลใจของเด็กสาวจาก จังหวัดสตูล “พลอยไพลิน ศรีเฉลิม” เจ้าของผู้ผลิตขนมยี่ห้อ สยามบานาน่า Siam Banana เธอมีความฝันตั้งแต่วัยเด็กที่จะมีธุรกิจของตนเอง เพื่อทำให้พ่อแม่ซึ่งเป็นชาวสวนภูมิใจและช่วยให้พ่อแม่และครอบครัวมีความเป็นอยู่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

“หนูเป็นเด็กบ้านนอกที่ใฝ่ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง พ่อแม่ทำสวนทำไร่ เราเห็นความลำบากของพ่อแม่เค้าเหนื่อยทั้งชีวิต แม่หนูไม่เคยได้ไปเที่ยวไหน ลูก 4 คนเดี๋ยวก็ชุดใหม่เดี๋ยวก็ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายในบ้าน เค้าจะประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นทุนให้ลูกไว้ โดยที่ตัวเองไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนเลย เราก็อยากจะเป็นประกาศนียบัตรให้พ่อแม่ เราอยากจะทำความสำเร็จให้พ่อแม่ภูมิใจ ตอนที่เรียนหนูก็หารายได้พิเศษเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่อยู่แล้ว ไปขายของ รับจ้างเป็นพนักงานขายสินค้าหนูเรียนจบปริญญาตรี ก็หารายได้พิเศษอยู่ตลอดเวลา ขายเสื้อผ้า ขายรองเท้า ส่งน้องเรียนหนังสือเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่” พลอยไพลิน กล่าว

หลังจากมุ่งมั่นเรียนจบปริญญาตรี พลอยไพลินเริ่มทำงานเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น ให้กับผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่น ที่บริษัทมิตซูบิชิในตำแหน่งเลขานุการกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ

“เราคิดแค่ว่า เราจะทำอย่างไรให้เรามีเงินเดือนมากกว่าคนอื่น เรามีเงินเดือนมากกว่าคนอื่น ฉนั้นเราต้องมีทักษะหรือ มีความพิเศษกว่าคนอื่น หนูก็เลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น เพราะ ตอนนั้น ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว วิศวกรจากญี่ปุ่นเค้าจะบูมมากในเมืองไทย คนญี่ปุ่นเค้าจะมาบ้านเราเยอะมาก อิทธิพลจากญี่ปุ่นมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนญี่ปุ่นมาท่องเที่ยวในเมืองไทยหรือว่าวิศวกรชาวญี่ปุ่นเข้ามาในบ้านเราเยอะมาก หนูเลยเลือกเรียนเลขานุการ เอกภาษาญี่ปุ่น เรียนจบสอบเสร็จหนูได้งานทันที” พลอยไพลิน กล่าวและว่า

หลังจากทำงานที่บริษัทญี่ปุ่น จากนั้นเธอย้ายไปทำงานกับองค์กรอิสระมหาชน ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนาดกลางและเล็กเพื่อสานฝันและเรียนรู้การทำธุรกิจ เธอตัดสินใจย้ายไปทำงานที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อศึกษาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนเริ่มธุรกิจด้วยตัวเอง ทำให้เธอได้ทำวิจัยที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ซึ่งตรงกับความฝันในการเป็นผู้ประกอบการ และพลอยไพลิน ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงเส้นทางการทำธุรกิจของเอสเอ็มอี เอสเอ็มอีมีความคิด มีแนวความคิดอย่างไง การดำเนินธุรกิจ การต่อยอดธุรกิจรวมถึงกลยุทธ์ที่ใช้เป็นอย่างไงในแต่ละธุรกิจ ซึ่งเป็นงานที่เธอชอบได้ไปคลุกคลี ได้ไปสัมภาษณ์ ได้ไปเจอตัวเป็นๆ ได้ไปฟังทัศนคติของธุรกิจเอสเอ็มอี กว่า 10 ปี

เมื่อบ่มเพาะประสบการณ์และถึงเวลาที่จะเริ่มธุรกิจเป็นของตัวเอง พลอยไพลินเริ่มจากการทำธุรกิจเสื้อผ้า รองเท้า หากแต่ธุรกิจดังกล่าวยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่จะให้เงินสามารถไหลเข้ามาได้ตลอดเวลา

สยามบานาน่า แรงบันดาลใจจากโตเกียว บานาน่า

พลอยไพลินเริ่มมองหาธุรกิจใหม่อีกครั้งพร้อมกับเขียนโมเดลธุรกิจที่ชอบและเธอสามารถอยู่กับธุรกิจได้ตลอดชีวิตขึ้นมา สยามบานาน่า Siam Banana จึงเป็นคำตอบที่เธอพร้อมจะอยู่ด้วยตลอดชีวิต

“จุดเริ่มต้นของ Siam Banana เกิดจากที่หนูเป็นคนชอบกินขนม แล้วโตเกียวบานาน่าของญี่ปุ่น หนูชอบมากเลย แล้วหนูซื้อที่เมืองไทยมันกล่องละ 800 บาท ก็เลยไปศึกษาตลาดของ โตเกียว บานาน่า (Tokyo Banana) เค้าผลิตมามียอดขาย 2,400 ล้านบาท คือยอดขายเค้าไม่เคยตกเลย แล้วเค้าไม่ได้ทำส่งออก ไม่ได้อะไรเลย คือขายไม่กี่เมืองที่เป็นสนามบิน การตลาดที่เค้าสุดยอดมากๆ โตเกียว บานาน่าคนรู้จักทั่วโลกหนึ่งในนั้นสาวกที่เป็นคนไทยก็เยอะมากเลย ในประเทศไทยยังไม่เคยมีใครทำแล้วประเทศไทยเรามีจุดเด่นในเรื่องของผลไม้ที่ขึ้นชื่อมาก หนูก็เลยคิดว่า ตรงนี้น่าจะเป็นไปได้และมั่นใจเลยลงมือทำเลยเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา” พลอยไพลิน กล่าว

สำหรับสยามบานาน่า ในช่วงเริ่มต้นมีสินค้าอยู่ 3 รสชาติ คือ รสดั้งเดิม รสกาแฟ และรสช็อคโกแล็ต จำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 220 บาทต่อกล่อง จำนวน 8 ชิ้น

เมื่อทีมวิจัยและพัฒนาของเธอประสบความสำเร็จในการพัฒนาขนมเค็กไส้คัสตาร์ดที่ตอบโจทย์ของตลาดและตามที่เธอต้องการแล้ว การทำแพ็คเกจที่สวยงามเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดลูกค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

“เราลงทุนทำแพคเกจให้ดูดี ขนมรสชาติอร่อยและก็ มีเรื่องราว (Story) ข้างใน เช่น เปิดฝาขึ้นมาเราจะมีรอยยิ้ม เป็นยิ้มสยามบนแพคเกจ และยิ้มสยามเป็นอัตลักษณ์ของคนไทย เราทำแบรนด์ทำกล่องขึ้นมาเลย ทำแบรนด์ของตัวเอง ทำซอง มันไม่ใช่ขนมเบเกอรี่ทั่วไปที่ใส่ซองใสๆแล้วมาแปะสติกเกอร์ หนูทำเป็นแบบพิมพ์ซองเป็น 100,000 ซอง และไปเปิดร้านขายที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ขายเพื่อเป็นของฝากให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยว ก็เลยไปขายที่ตลาดน้ำที่หัวหินขายที่เขาใหญ่ ปาริโอ้ ตอนนั้นเปิดทีเดียว สองสาขาในเดือนแรกที่ขายมียอดขายประมาณ 400,000 บาทมีทีมงาน 7 คน หลังจากเราวางจำหน่ายลูกค้าตอบรับดีมาก ลูกค้าบอกต่อปากต่อปากเราก็เลยรู้สึกว่า เรามาถูกทางแล้ว” เจ้าของสยามบานานา กล่าว

พลอยไพลิน กล่าวว่า จุดเด่นของขนมเค้ก สยามบานาน่า อยู่ที่รูปทรงกับกล้วยและไส้ของขนมจะเป็นผลไม้จริง มีทั้งกล้วย ทุเรียนและมะม่วง

นอกจากนี้ยังสามารถเก็บได้ถึง 45 วัน สยามบานาน่า เป็นเค้กไส้กล้วยคัสตาร์ด รูปทรงอ้วน ใช้ผลไม้จริงในการทำไส้ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

จุดเปลี่ยนของสยามบานานาเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารของกลุ่มซีพี ขอให้สยามบานานา ส่งสินค้ารองรับตลาดลูกค้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 5,000 ชิ้นต่อวัน เมื่อใกล้ถึงวันที่สยามบานานาจะผลิตสินค้าส่งให้ร้านเซเว่นฯ เจ้าหน้าที่เซเว่นฯได้แจ้งว่าสินค้าเบเกอรี่ของ สยามบานาน่า จะนำ ไปวางจำหน่ายในร้านเบลลินี่ เบค แอนด์ บรู (Bellinee’s Bake & Brew) ร้านเบเกอรรีที่ดำเนินงานโดย บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (CP All)

“เราพูดอะไรไม่ออกเลย ทุกอย่างมันจุก มันเป็นวินาทีที่สายฟ้าฟาดมากๆเลย ตอนนั้นเราพร้อมที่จะส่ง พร้อมที่จะขายแล้ว เราเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว”

จากเหตุการณ์ฟ้าผ่าคราวนั้น ทำให้พลอยไพลิน ปรับแผนการตลาดอีกครั้ง โดยก้าวสู่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง เช่น บิ๊กซี ท็อป กรูเม่ มาร์เก็ต รวมถึงคิงเพาเวอร์และพารากอน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของเธอ

“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเรา ที่เราภูมิใจคือ แป้งของเรา มันจะไม่เหมือนกับที่อื่นแน่นอน ลูกค้าเป็นคนคอนเฟิร์มหรือว่าเจ้าหน้าที่ห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าเราทุกคน ต่างชมว่า แป้งของเราอร่อย ไม่เหมือนใคร เป็นสูตรของเราโดยเฉพาะ เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวไทยว่าของจากประเทศไทยไม่ใช่ไก่กา” พลอยไพลิน กล่าว

สำหรับกลุ่มเป้าหลักในช่วงแรกที่ตั้งไว้จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่ผลตอบรับพบว่าเป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ทำให้มียอดขายจากนักท่องเที่ยวจีมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์และไส้ทุเรียนเป็นไส้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด บริษัทมีรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

โควิด-19 จุดเปลี่ยนธุรกิจหันขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ รองรับลูกค้าในประเทศ พร้อมเปิดไลน์การผลิตใหม่ฝ่าวิกฤต โควิด -19

เมื่อโควิด-19 คืบคลานเข้ามาทักทายผู้คนทั่วทุกมุมโลกและทุกธุรกิจไม่มีข้อยกเว้นแม้กระทั่งธุรกิจเบเกอรี่ที่กำลังไปได้ดีของสยามบานาน่าพลอยไพลิน กล่าวว่า สยามบานาน่า เริ่มได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนใคร เมื่อนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ระงับการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย

“เราเป็นธุรกิจแรกๆที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และเราได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้พัฒนาสินค้าใหม่รองรับตลาดในประเทศ โดยได้ออกผลิตภัณฑ์ขนมปังและคุกกี้ธัญพืชรองรับตลาดออฟฟิคและลูกค้าทั่วไปเพื่อหล่อเลี้ยงบริษัทในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันบริษัทยังได้ปรับช่องทางการจำหน่ายสินค้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์และตลาดนัดในย่านองค์กรธุรกิจเป็นต้น เช่น ตลาดนัดหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ตลาดนัดตึกซันทาวเวอร์ เป็นต้น เพื่อให้เราสามารถกระจายสินค้าและดูแลทีมงานของเราให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง เราดูแลพนักงานเต็มที่ทุกคนยังอยู่ด้วยกัน”พลอยไพลิน กล่าว

นอกจากนี้ พลอยไพลิน เล่าถึงหลักในการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลางไม่ใช่เอาความชอบของตัวเองเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ทำแพคเกจสินค้าที่สวยงาม มีเอกลักษณ์ สินค้าอร่อย ตรงกับความต้องการของลูกค้า

“นักท่องเที่ยวเค้าไม่ใช่ที่เป็นคนไทยที่อยู่ที่นี่ และไม่ใช่คนไปห้างบ่อยๆ ไม่รู้ปีหน้า หรืออีก 4-5 เดือน ข้างหน้า เค้าจะได้กลับมาเที่ยวบ้านเราอีกมั้ย เราต้องนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพดีและนำเสนอแพคเกจที่ลูกค้าโดนใจ” พลอยไพลิน กล่าวและว่า

นอกจากนี้ในช่วงโควิด-19 นี้ บริษัทยังได้พัฒนาสินค้าใหม่ อาทิ แซนวิช ขนมปังและ คุกกี้ เพื่อรองรับตลาดลูกค้าในประเทศไทย และ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาสินค้าที่สามารถเก็บได้นาน 1 ปีโดยไม่มีสารกันเสีย

อย่างไรก็ตามแม้บริษัทจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจจากโควิด-19 บริษัทมีแผนที่จะขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งออนไลน์และออฟไลน์

“การขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดออนไลน์ เมื่อก่อนเราคิดว่าเราจะไม่มีที่ยืนในตลาด คือเราเป็นเจ้าเล็ก แต่เอาจริงๆทุกคนมีพื้นที่เหลือเฟือในโลกใบนี้ทุกอย่างจะเหลือเฟือ มันไม่มีที่ว่าเราไปแย่งพื้นที่ใคร คือทุกคนสามารถมีพื้นที่ยืนของตัวเอง โลกนี้เหลือเฟือจริงๆนะ หนูเชื่ออย่างนั้น ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาให้กับคนได้มากเท่ากับความสำเร็จของเราก็จะสูงขึ้นหมายถึงว่าเราเข้าไปแก้ปัญหาให้กับคนในหมู่มากได้มากขึ้น” พลอยไพลิน กล่าวและว่า

ปัจจุบันบริษัทหยุดไลน์การผลิตที่เป็นของฝาก เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว และบริษัทได้เปิดไลน์การผลิตสินค้าใหม่สำหรับลูกค้าคนไทยและมีการปรับรสชาติสินค้าที่ตรงกับความต้องการและเข้ากับลูกค้าคนไทยมากขึ้น เช่น ขนมเค้กรสส้ม และรสสตรอว์เบอร์รี่ และมีการนำสินค้าไปออกบูท ขยายตลาดไปยังตลาดนัดออฟฟิค เป็นต้น

สำหรับแผนงานในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะตั้งโรงงานผลิตที่อินโดนีเซีย เวียดนามและจีน หลังจากภาวะโควิด-19 รวมถึงผลิตสินค้ารองรับฐานลูกค้าในกลุ่มคนรักสุขภาพ (Healthy) มากขึ้น

“พลอยโชคดี ทีมงานเค้ารักในตัวผลิตภัณฑ์ ในสินค้าของเรามันเป็นงานปราณีตมากเลย เป็นความละเอียดอ่อน เราไม่ได้ใช้เครื่องจักร 100 % ในการทำงาน เป็นความภูมิใจที่ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี เป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก คือทีมงานส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เปิดโรงงาน

ทีมงานสำคัญมากไม่มีทีมงาน เราไปไม่ได้ ใจของเค้ามันแกร่งมันเป็นใจเดียวกันมันถึงจะเดินไปถึงเป้าหมายได้ เรามีเป้าหมาย เราประกาศให้ทุกคนทราบเลยว่า เป้าหมายที่เราจะไปมันเป็นแบบนี้นะทุกคน แล้วทุกคนก็เอาใจมารวมกันแล้วเราก็มุ่งมั่นที่จะไปกัน พลอยเชื่อว่าการที่เราเจออุปสรรคแต่ละครั้ง มันคือบันไดที่ทำให้เราเติบโต ขอแค่ว่าเราไม่ท้อ เราไม่หยุด ที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย อุปสรรคแต่ละครั้งที่เราเจอ มันทำให้เราดีขึ้นทุกครั้ง แข็งแกร่งขึ้นทุกครั้ง เติบโตขึ้นทุกครั้งเลย มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่เพิ่มโอกาสของคุณในอนาคต ช่วงเวลานี้เราต้องปรับตัว รับความจริง” พลอยไพลิน กล่าว

บริหารงานมุ่งเน้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วม

พลอยไพลิน กล่าวว่า หลักการบริหารของสยามบานาน่า ยึดหลักการบริหารแบบ กระจายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบไปให้กับพนักงานที่อยู่ระดับกลางเพื่อให้เกิดการระดมความคิดและร่วมกันพัฒนา และให้ความสำคัญในการพัฒนาคน เน้นการสื่อสารแบบสองทาง กำหนดเป้าหมายให้กับพนักงานในแต่ละแผนก และพนักงานมีส่วนร่วมในการหาวิธีการเพื่อให้เดินไปถึงเป้าหมาย เนื่องจาก พนักงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนมุ่งมั่น มีความคิดริเริ่ม มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นเลิศ และเธอยังมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเบเกอรี่รองรับทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

กับคำถามพลอยคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง

“จริงๆ เรานับความสำเร็จได้ทุกวัน แม้เพียงเราทำอะไรสำเร็จในแต่วัน เราก็นับความสำเร็จได้เพื่อเป็นแรงผลักให้ตัวเอง ส่วนเป้าหมายความสำเร็จ ที่ทีมเรามองว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของเรานั่นก็คือนำพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ตั้งใจว่านั่นเป็น ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของทีม” พลอยไพลินกล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share