GoDaddy พร้อมติดอาวุธเอสเอ็มอีไทย สู่ธุรกิจออนไลน์ พร้อมยืนหยัดสู่ตลาดดิจิทัล

กองบรรณาธิการ

GoDaddy ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการทั่วโลกและผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตในธุรกิจออนไลน์และยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งสู่อนาคต ภายใต้ภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในปัจจุบัน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ในประเทศไทยของ GoDaddy จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กทั้งในไทยและทั่วทั้งภูมิภาคเร่งกระบวนการปรับเปลี่ยนสู่ช่องทางดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

GoDaddy มีประสบการณ์อันยาวนานในการสนับสนุนผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลกด้วยโซลูชั่นเครื่องมือออนไลน์ที่ครบวงจร โดยปัจจุบัน มีลูกค้ากว่า 20 ล้านรายและมีชื่อโดเมนกว่า 82 ล้านชื่ออยู่ในมือ ดำเนินธุรกิจในกว่า 50 ตลาดทั่วโลก และมีลูกค้าอยู่ครอบคลุมในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในปี 2563 ที่ผ่านมา GoDaddy มียอดลูกค้าใหม่เกือบ 1.4 ล้านคน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตของจำนวนลูกค้าสุทธิประจำปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีไทยกำลังมุ่งปฏิวัติธุรกิจสู่แพล็ตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มขึ้น

จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ปี 2563 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 63,340 ราย มีการคาดการณ์ว่าในปี 2564 จะมีการลงทะเบียนธุรกิจใหม่ เพิ่มขึ้น รวมประมาณ 64,000 – 66,000 ราย ขณะเดียวกัน อีคอมเมิร์ซไทยก็กำลังเติบโตต่อเนื่อง จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 2% ต่อปี โดยมีจำนวนร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนสะสมจนถึงปี 2563 ทั้งหมดถึง 58,423 ราย โดยในปี 2563 เพียงปีเดียว มีการจดทะเบียนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ 12,883 ราย และคาดว่าในปี 2564 นี้ จะมีการจดทะเบียนอีคอมเมิร์ซใหม่ในจำนวนที่สูงขึ้นอีก

นอกจากนี้ สตาร์ทอัพไทยยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง สตาร์ทอัพชั้นนำของไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลักหลังสถานการณ์โควิด จากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและธุรกิจไปสู่การซื้อขายออนไลน์ในช่วงล็อกดาวน์ 

สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า จิตวิญญาณแห่งการเป็นผู้ประกอบการของคนไทยไม่ได้ถดถอยลงจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ ในทางกลับกัน เอสเอ็มอีไทยยังคงเดินหน้าปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และแสวงหากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจอยู่รอด แต่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง โซลูชั่นที่ครบวงจรจาก GoDaddy พร้อมช่วยธุรกิจไทยสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งบนโลกออนไลน์

นางสาวสายทิพย์ เชวงทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ GoDaddy กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยในปัจจุบัน มาตรการการเว้นระยะห่าง การล็อกดาวน์ และอัตราการเติบโตของออนไลน์ช้อปปิ้ง ต่างมีส่วนขับเคลื่อนให้ธุรกิจทุกขนาดพลิกโฉมสู่แพล็ตฟอร์มดิจิทัล GoDaddy เล็งเห็นว่าศักยภาพในการเติบโตสำหรับเอสเอ็มอีไทยยังมีอีกมาก และการทำธุรกิจบนแพล็ตฟอร์มดิจิทัลเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและมีต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่สูง ด้วยผลิตภัณฑ์ของเราในการสร้างเว็บไซต์และหน้าร้านออนไลน์ Websites+Marketing รวมถึงโซลูชั่นที่ครบครัน พร้อมด้วยบริการดูแลลูกค้าจากเจ้าหน้าที่คนไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ จะช่วยส่งเสริมเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการไทยในการสร้างและบริหารจัดการธุรกิจออนไลน์เพื่อการเติบโตสู่อนาคต

ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร GoDaddy คือ one-stop-shop สำหรับเอสเอ็มอีไทยในการสร้างและบริหารจัดการธุรกิจบนแพล็ตฟอร์มดิจิทัลอันดับ 1 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เปิดตัวในประเทศไทย ประกอบด้วย

• Websites + Marketing: ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มในการสร้างเว็บไซต์ แต่ยังประกอบด้วยเครื่องมือแบบครบวงจร ที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้เพื่อสร้างธุรกิจออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถแสดงสินค้าและบริการ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์และธุรกิจ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างเว็บไซต์ที่สวยงามและมีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงมีระบบป้องกันความปลอดภัยเว็บไซต์ SSL Certification ที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์มือถือ ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง แม้ไม่มีประสบการ์ณเชิงเทคนิคก็ตาม

Website Builder ของ GoDaddy ยังสามารถเชื่อมต่อช่องทางโซเชียลมีเดียและ Google My Business เข้ากับเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นนี้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเข้าถึง และสื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดเวลา รวมถึงช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของธุรกิจได้ง่าย ทำให้ข้อมูลและคอนเทนต์ทุกอย่างสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ GoDaddy ยังมีระบบเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถประเมินผลการดำเนินธุรกิจบนแพล็ตฟอร์มออนไลน์ ตั้งแต่เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

• บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนและโฮสติ้ง – GoDaddy เป็นผู้ให้บริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเครื่องมือค้นหาโดเมนที่ง่าย และครอบคลุมหลากหลายสกุลโดเมนเนม ลูกค้าสามารถค้นหาชื่อที่โดเมนที่ “ใช่” สำหรับธุรกิจได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น เรายังมีโซลูชั่นการโฮสต์เว็บไซต์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายอีกด้วย พร้อมการรองรับอัพไทม์ 99% ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจถึงคุณภาพ ความเสถียร และความเร็วของการใช้งาน

• บริการอีเมลธุรกิจ – บริการ Professional Email จาก GoDaddy ช่วยให้ลูกค้าสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพด้วยที่อยู่อีเมลที่ตรงกับชื่อของธุรกิจหรือแบรนด์ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยให้อีเมลด้วยตัวกรองสแปมและไวรัสประสิทธิภาพสูงด้วย

• GoDaddy Guides: ด้วยบริการ GoDaddy Guide จากทีมงานมืออาชีพคนไทย ที่สามารถให้การช่วยเหลือสนับสนุนลูกค้าแบบตัวต่อตัว คอยตอบคำถามผ่านทางโทรศัพท์และผ่านการแชท ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์  ช่วยค้นหาชื่อโดเมนที่เหมาะกับไอเดียทางธุรกิจ หรือตอบคำถามในการใช้งานเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะสม GoDaddy Guide พร้อมช่วยเหลือลูกค้าตลอดเส้นทางการสร้างธุรกิจบนโลกดิจิทัล ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์สามช่องทาง ประกอบด้วย บัญชีทางการของ LINE, Facebook Messenger ที่  https://m.me/asia.godaddy  และบริการ “ร้องขอการโทรติดต่อ” (Request to Call) ที่ https://th.godaddy.com/contact-us/request-a-call

นอกจากนั้น  GoDaddy มีแผนจัดสัมมนาออนไลน์ หรือเว็บบินาร์ บทแนะนำ และวิดีโอแนะนำเป็นภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแนวทางและให้ความรู้กับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กในการสร้างธุรกิจบนโลกดิจิทัลให้แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จ

ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า60,000 ราย และเป็นลูกค้าเอสเอ็มอี 60-70 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มลูกค้าในประเทศไทยประกอบด้วย 3 กลุ่มลูกค้าหลักที่อยากสร้างธุรกิจบนโลกออนไลน์ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าที่มีสินค้าจะขาย กลุ่มลูกค้าที่มีบริการระดับมืออาชีพ เช่น นักบัญชี สถาปนิก เป็นต้น และกลุ่มธุรกิจที่ต้องการทำหน้าร้านออนไลน์  หรืออีคอมเมิร์ซที่กำลังมองหาโซลูชั่นในการขยายธุรกิจสู่ออนไลน์

“การที่เราเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเนื่องจากเรามองเห็นว่าตลาดประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ประเทศไทยมีภาษาเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราอยากจะซัพพอร์ต และ ทำแคมเปญให้เข้าถึงลูกค้า คนไทยมากขึ้น เรามีเว็บไซต์ภาษาไทยและมีทีมคนไทยในการซัพพอร์ต เพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดที่ท้าทาย” นางสาวสายทิพย์ กล่าว

นอกจากนี้ในส่วนของตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยคาดว่าจะมีการเติบโตที่ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตลอดในช่วง 5 ปีข้างหน้า และคาดว่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยจะมีมูลค่าที่ 7.5 แสนล้านบาทในปี 2025 หรือประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจค้าปลีก

#GoDaddy #แพลตฟอร์มออนไลน์ #ThaiSMEs #เอสเอ็มอี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share