ไลน์แมน วงใน ตั้งเป้า ยูนิคอร์นไทย รายแรกใน 3 ปี

จิรพรรณ บุญหนุน

กองบรรณาธิการ

หลังจากที่ควบรวมกิจการระหว่างไลน์แมน (Line Man) และวงใน (Wongnai) ภายใต้ชื่อ บริษัท ไลน์แมน วงใน จำกัด เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากการลงทุนของ บริษัท BRV Capital Management จำกัด ด้วยวงเงิน 110 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,300 ล้านบาท บริษัท ไลน์แมน วงใน มีเป้าหมายที่จะขึ้นแท่น อันดับ 1  แพลตฟอร์มร้านอาหารในไทยและให้บริการครอบคลุมมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศใน 3 ปี

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์แมน วงใน จำกัด (Line Man Wongnai) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯมีนโยบายที่จะเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์อาหาร (Food Platform) อันดับหนึ่งของไทยด้วยการสร้าง End-to-end ecosystem เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารไทย และเพื่อรองรับเป้าหมายที่จะเป็นยูนิคอร์น บริษัทฯมีแผนที่จะขยายพื้นที่ให้บริการส่งอาหารที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันให้บริการส่งอาหารครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด จะเพิ่มเป็นมากกว่า 20 จังหวัดในสิ้นปีนี้ และมีแผนที่จะเพิ่มบริการส่งอาหารเพิ่มขึ้นครอบคลุมพื้นที่ มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ทั่วประเทศใน 3 ปี และเป็นสตาร์ทอัพที่เป็นยูนิคอร์นรายแรกของไทย

นอกจากนี้บริษัทยังมีการเชื่อมต่อระบบในรูปของ End-to-end Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร แบริการส่งอาหาร ในรูปแบบของ B2B2C โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิว ร้านอาหารบนวงใน จากนั้นกดสั่งอาหารเดลิเวอรี่ผ่านไลน์แมน และร้านอาหารสามารถรับออร์เดอร์เดลิเวอรี่ผ่านระบบจัดการร้านอาหาร Wongnai POS (Restaurant Solutions) ของวงในได้อย่างสะดวกและระบบสามารถติดต่อโดยตรงกับร้านอาหารด้วย

ยอด กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารที่เป็นพันธมิตรของ ไลน์แมน วงใน ในการให้บริการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มร้านอาหาร 200,000 ร้าน จากทั้งหมดมีร้านอาหารทั่วประเทศประมาณ 400,000-500,000 ร้านค้า บริษัทฯมีฐานลูกค้าที่ใช้บริการประจำ (Active users) 13 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้า จากไลน์แมน 3 ล้านราย และวงใน 10 ล้านราย และในช่วงโควิดที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการเติบโต มากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีการเติบโตของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 100-200 เปอร์เซ็นต์

“ในช่วงก่อนโควิด-19 เราคาดว่าจะมีการเติบโตที่ 84 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเกิดโควิด ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคสั่งอาหารมาทานที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้ เรามีการเติบโตโดยรวม มากกว่า 100-200 เปอร์เซ็นต์ และมั่นใจว่าการเติบโตของการสั่งอาหารดิลิเวอรี่จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างอย่างเนื่อง แม้ว่าการแข่งขันของตลาดฟู้ด ดิลิเวอรี่จะเข้มขันในช่วง 2-3 ปีนี้  และผู้ให้บริการทุกฝ่ายจะพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน เราจะเป็น Ecosystem ร้านอาหารที่เข้าใจผู้บริโภค เพื่อรองรับการแข่งขันในระยะยาว” ยอด กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า บริษัทจะมีการพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะอยู่ในรูปแบบของการให้บริการใหม่ รวมถึงการออกมินิแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับและตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค นอกจากนี้ยังให้บริการการรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ที่มีประสิทธิภาพด้วย บริษัทฯยังร่วมมือกับลาล่ามูฟ (LalaMove) ซึ่งเป็นพันธมิตรในการให้บริการส่งอาหารในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและชลบุรี และในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังให้บริการส่งอาหารฟรี สำหรับลูกค้าที่สั่งอาหารในรัศมี 3 กิโลเมตรตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคในการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มร้านอาหารมากยิ่งขึ้น สำหรับพันธมิตรร้านอาหาร จะได้เห็นฟีเจอร์ Online-to-offline (020) ใหม่ๆ เช่น การเชื่อมต่อกับ Line Official Account, Mini App, Smart Menu  และ Self Promotion  เพื่อให้ร้านค้ามีเครื่องมือใหม่ในการทำการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share