เอ็นทีที เผยดิจิทัล ทรานฟอร์เตชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

กองบรรณาธิการ

ผลวิจัยชี้องค์กรยุคใหม่ที่กล้าเผชิญความท้าทาย มองการระบาดของโควิด-19 เป็นโอกาสทางการตลาดที่องค์กรสามารถใช้ประโยชน์ในการขยายธุรกิจ

หนึ่งปีนับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 องค์กรต่างๆ ทั่วโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนทำให้หลายองค์กรต้องเสริมความแข็งแกร่ง เพิ่มความคล่องตัวและปรับเปลี่ยนกระบวนการเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น โดยผลการวิจัยของบริษัท เอ็นทีที จำกัด (NTT Ltd.) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เผยแพร่ในรายงาน 2021 Global Managed Services Report พบว่า 89.7 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารธุรกิจและไอทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเห็นพ้องว่าโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญในกระบวนการทำงาน โดย 91.8 เปอร์เซ็นต์ มองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้องค์กรต้องเสริมกลยุทธด้านกระบวนการทรานส์ฟอร์มทางดิจิทัล (Digital Transformation)

การเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน และการเร่งให้เกิดกระบวนการดิจิทัลทรานฟอร์มทางดิจิทัล เป็นโอกาสสำคัญที่องค์กรต่างๆ สามารถใช้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ โดย 92.4 เปอร์เซ็นต์ของทีมเทคโนโลยีจากทั่วโลกยอมรับว่า กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีขององค์กรโดยรวมมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจแทบทั้งหมด (49.8 เปอร์เซ็นต์) หรือบางส่วน (42.6 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทีมไอทีสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจหันมาใช้บริการและโซลูชันที่บริหารจัดการโดยฝ่ายไอที เช่น การสนับสนุนการใช้รูปแบบการทำงานแบบกระจายศูนย์ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น

แม้องค์กรมีการวางกลยุทธ์ที่ดีขึ้น การขาดการเชื่อมต่อระหว่างส่วนงานธุรกิจและฝ่ายไอทียังคงเป็นประเด็นสำคัญ 69.9 เปอร์เซ็นต์ของทีมปฏิบัติการจากทั่วโลก เชื่อว่าการมีกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ ขณะที่มีเพียง 48.0 เปอร์เซ็นต์ของทีมไอทีเท่านั้นที่เห็นด้วย นอกจากนี้ 69.6 เปอร์เซ็นต์ของทีมปฏิบัติการทั่วโลก ยังมองว่าความเร็วและความคล่องตัวเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี แต่ 53.4 เปอร์เซ็นต์ของทีมไอทีกลับมีความคิดเห็นในทางตรงข้าม

Damian Skendrovic รองประธานบริหารของ NTT Ltd. ให้ความเห็นว่า โควิด-19 ทำให้เกิดความท้าทายที่คาดไม่ถึง ธุรกิจต่างๆ ต้องคำนึงถึงความสอดคล้องของการดำเนินธุรกิจและระบบไอที รวมทั้งยังต้องทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจลำดับความสำคัญขององค์กรของตน ฝ่ายไอทีอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลที่จะต้องบริหารจัดการระบบให้เป็นไปตามความต้องการขององค์กรในปัจจุบัน อีกทั้งยังต้องวางแผนในการพัฒนาระบบและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตไปพร้อมๆ กัน ด้วยเทคโนโลยีและความคล่องตัวที่จะสนับสนุนการเจรจาทางธุรกิจ การจัดลำดับความสำคัญจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงของธุรกิจ Bold, brave, and resilient (กล้าเผชิญอย่างกล้าหาญและความยืดหยุ่นคล่องตัว)

ในขณะที่องค์กรระดับโลกพยายามเสริมความคล่องตัวให้ธุรกิจ ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่ายังมีแนวทางการจัดการขององค์กรที่แตกต่างกัน บางองค์กรมองว่าการเพิ่มประสิทธิภาพของต้นทุนเป็นวิธีเสริมสร้างความคล่องตัวทางธุรกิจ ขณะที่หลายองค์กรให้ความสำคัญกับความกล้าเผชิญความท้าทาย โดยมองว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นโอกาสทางการตลาดที่องค์กรสามารถใช้ประโยชน์ในการขยายธุรกิจ ซึ่ง 33.8 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลกมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

สิ่งที่น่าสนใจ คือตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 41.7 เปอร์เซ็นต์ หากองค์กรมีการบริหารจัดการระบบไอทีโดยบริษัทผู้ให้บริการจากภายนอกอย่างน้อยสามในสี่ของระบบทั้งหมด ในทางกลับกัน หากองค์กรไม่มีการใช้บริการการจัดการระบบไอทีจากภายนอก หรือมีเพียงเล็กน้อย ตัวเลขจะลดลงเหลือเพียง 25.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

Skendrovic กล่าวว่า ปัจจุบันไม่ใช่ทุกองค์กรที่มองว่า Disruption เป็นโอกาสทางธุรกิจ แต่อย่างน้อยหนึ่งในสามได้มีการปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมองเห็นโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนการทำงานแบบกระจายศูนย์และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้

“ธุรกิจที่กล้าเผชิญความท้าทาย จะสามารถสร้างความคล่องตัวในรูปแบบใหม่ การมีพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้” Skendrovic กล่าว

#เอ็นทีที #ดิจิทัลทรานฟอร์เตชั่น #โควิด19 #ผลการวิจัยของบริษัทเอ็นทีทีจำกัด #NTTLtd #รายงาน2021 GlobalManagedServicesReport

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share