เอเชีย แค็บ รถแท็กซี่ไลเซ่นจากอังกฤษ สู่ธุรกิจไลสไตส์ รับ New normal

จิรพรรณ บุญหนุน

กองบรรณาธิการ

เอเชีย แค็บ พร้อมผลิตแท็กซี่ไฟฟ้า สิ้นปีนี้ วาดแผนมีแท็กซี่ในตลาด 5,000 คันใน 3 ปี

ประธานของผม (คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์) อยากเห็นปัญหาแท็กซี่หมดไปในกรุงเทพฯ ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวเราควรจะมีแท็กซี่ที่ดีนั่นคือสิ่งที่ประธานผมอยากเห็น”ผศ.ดร.ศรายุทร เรืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของบริษัทแท็กซี่สาธารณะที่มีชื่อว่า เอเชีย แค็บ (Asia Cab) ที่มีเอกลักษณ์ เหมือนแท็กซี่ในลอนดอน โดยมีสายการผลิตในประเทศไทยจากการไลเซ่นของการผลิตรถแท็กซี่จากประเทศอังกฤษ โดยรถยนต์ที่ผลิตสำหรับรถแท็กซี่เป็นรุ่น เอเชีย แค็บ AS4 มีกำลังการผลิตเดือนละ 200 คัน ปีละ 2,400 คัน ปัจจุบันรถแท็กซี่เอเชีย แค็บ ให้บริการเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 250 คัน และอยู่ระหว่างการผลิตที่โรงงานอีก 350 คัน

“เอเชีย แค็บ เราเริ่มธุรกิจเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมปีที่ผ่านมา ภาพแห่งความสำเร็จและแรงบันดาลใจคือผมอยากเห็น people logistic ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นของคนไทย ทุกวันที่เราประชุมหาความสำเร็จของตนเองเพื่อความภูมิใจของตัวเอง เพราะไม่งั้นผมเจอปัญหาทุกวันพอเจอปัญหาทุกวันมันท้อหาข้อดีมา แล้วผมโชคดีอยู่อย่างทีมใจเกินร้อย ไม่มีใครลาออกเลยตั้งแต่วันแรก โดยเราเซ็ตระบบตั้งแต่ปี 2561 ผมมีทั้งโรงงาน เทคโนโลยี มีอู่แท็กซี่ เราเป็นอู่แท็กซี่อู่แรกในโลกที่ได้บีโอไอโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน” ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าวและว่า

ปัจจุบันรถแท็กซี่ของเอเชีย แค็บ เป็นรถที่เติมก๊าซ แอลพีจี บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นรถแท็กซี่ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้าได้ในปีนี้

“เราพยายามเปลี่ยนรถแท็กซี่ให้เป็นรถที่ใช้ไฟฟ้าตอนนี้ไม่มีไฟฟ้าจะทรานฟอร์มเป็นไฟฟ้า อยากให้ได้เป็นรถแท็กซี่พลังงานสะอาดภายในปีนี้ ผมต้องเอาเครื่องยนต์กับเกียร์ออกและต้องเอามอเตอร์และแบตเตอรี่ใส่เข้าไปแทน 3 ปีจะมีรถอยู่ในกรุงเทพไม่น้อยกว่า 5000 คันนั่นคือเป้าหมาย” ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าว

ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีแท็กซี่ในกรุงเทพมหานครที่ถูกกฎหมาย 80,000 คันที่ไม่ถูกกฎหมาย 70,000 คันรวมเป็น 150,000 คัน มีการให้บริการวันละ 1,300,000 เที่ยว หากบริษัทมีรถ 5,000 คันใน 3 ปี นับว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่มาก

“จุดเด่นของเรามันอยู่ตรงไหนบ้างลูกค้าแว๊บแรกที่อยากนั่งเพราะรถ นั่งครั้งที่สองเพราะบริการ ไปไหนรับหมด วันนี้รถแท็กซี่ในกรุงเทพให้บริการ 1,300,000 เที่ยวต่อวัน ไม่รวมนักท่องเที่ยว ในอีกสามปีข้างหน้า เราจะมีรถแท็กซี่ที่จะให้บริการ 5,000 คัน ซึ่งไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของตลาด โดย รถแท็กซี่ 5,000 คัน ประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ จะให้บริการอยู่ในกรุงเทพและวันที่มีนักท่องเที่ยวอยากใช้บริการ ในพื้นที่อื่นๆ ผมก็อาจจะไปเป็นพันธมิตรกับแท็กซี่เจ้าอื่น ฉะนั้นทุกฝ่ายได้ประโยชน์หมด” ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เอเชีย แค็บ นอกจากจะมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนธุรกิจแท็กซี่อย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัทฯยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจสู่ธุรกิจไลสไตล์ โดยนำข้อมูล หรือ Data driven และเทคโนโลยีมาช่วยในการประมวลข้อมูลและนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งสามารถรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค New normal ได้ด้วย

“ต้นปีนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจผม ที่ไม่ใช่ธุรกิจแท็กซี่ เป็นธุรกิจเดต้า เป็น data driven จริงๆ ตอนผม positioning ธุรกิจแรก มันคือ fully integrated taxi พอประกอบรถ ผมมีเทคโนโลยี ผมเห็นดาต้า เทคโนโลยีมัน customized ได้มัน customized คนได้ มัน customized สินค้าได้  มัน customized โฆษณาได้ พี่อยากดูโฆษณาก็ต่อเมื่อโฆษณานั้นเป็นสิ่งที่พี่สนใจ ธุรกิจนี้เรียกว่า ธุรกิจไลฟ์สไตล์เอาง่ายๆ ผมทดลองเหมือนเป็นห้องวิจัยตอนเช้าจะมีคนไปสนามบินเยอะมาก ผมขายประกันการเดินทาง 28 บาท ลูกค้า 99 เปอร์เซ็นต์ซื้อ ผมรวมเข้าไปในค่าแท็กซี่ด้วย ผมขายเพราะผมรู้ว่าจะไปสนามบินผมขายได้ทุกอย่างหรือหากคนรักสุขภาพไปออกกำลังกายที่สวนลุมฯ ผมขายเวย์โปรตีนรองเท้ากีฬาก็ได้เพราะโลเคชั่นมันบอกไลสไตล์ของผู้บริโภค ผมขยายธุรกิจไปยังธุรกิจไลสไตล์ผมสร้างอีโคซิสเต็มส์มีการเอาดาต้าและเทคโนโลยีมารองรับ” ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าว

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าวถึงเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ คือ เพื่อนและความถ่อมตัว

“ผมมีเพื่อนสำคัญมากเลยเวลาผมเจอปัญหาเพื่อนผมช่วยทุกคนเลย ผมมีเพื่อนเยอะมากพูดง่ายๆ ภาษาอังกฤษก็คือเน็ตเวิร์คผมเป็นคนทำตัวคุยได้กับทุกคนเจอปัญหาไมโครซอฟท์ก็พี่เตยมาช่วยผมหน่อยและสองมือที่ไหว้มันทำให้ผมมีประโยชน์มากและผมเป็นเด็กเข้าหาผู้ใหญ่ สำหรับในวัยเดียวกันผมว่าผมไปเร็วมาก ผมมีหน้าที่ทำให้รถมันเกิดผมก็ช่วยหน่อยเคล็ดลับความสำเร็จนอกจากเน็ตเวิร์คแล้วยังมีความถ่อมตัว” ผศ.ดร.ศรายุทร กล่าว

#เอเชียแค็บ #AsiaCab #แท็กซี่ #newnormal #ศรายุทรเรืองสุวรรณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share