เซเว่นฯ พร้อมเป็นห้างใกล้บ้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คุณ ใน 3 ปี

จิรพรรณ บุญหนุน

กองบรรณาธิการ

เซเว่น อิเลฟเว่น เผยแผนสู่ ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คุณ (ลูกค้า) พร้อมรุกธุรกิจสู่ออนไลน์ คาดดันยอดขายที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ใน 3-5 ปี เสริมทับด้วยเทคโนโลยีหลังบ้าน Microsoft Teams

“เราจะไปออนไลน์แน่นอน ไดเร็คชั่นของเรา เราจะไป O2O คือ Online-to-Offline, Offline-to-Online ตอนนี้เราอยู่ในขั้นเริ่มต้น เรสเริ่มทำธุรกิจ O2O มากขึ้น ปัจจุบัน เซเว่น อีเลฟเว่นเรามีรายได้จาก O2O อยู่ที่ 8-9 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า เราจะมีรายได้จากออนไลน์ที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ซึ่งจะสอดคล้องกับตลาดในต่างประเทศที่มีสัดส่วนรายได้ของ O2O ที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ และเราจะเป็นห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คุณ” นายวิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานสารสนเทศ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด กล่าวและว่า

เนื่องจาก ร้านเซเว่นฯ มีขนาดเล็กสามารถวางสินค้าได้ประมาณ 2,000-3,000 รายการเท่านั้น ในอนาคตลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าอะไรก็ได้จากร้านของเซเว่นฯ โดยใช้แอพพลิเคชันเป็นหลัก โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าจากต่างสาขา และจะมีการใช้โลเคชั่นเบส ในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าในต่างสาขาด้วย

“ทุกวันนี้เราก็ใช้โลเคชั่นเบสในการที่จะระบุว่าคุณอยู่ใกล้สาขาไหนหรือสาขาไหนจะให้บริการคุณได้ ต่อไปสินค้าที่มีอยู่ในร้านเซเว่นจะมีหลายพันหลายหมื่นรายการมากเพื่อตอบสนองไลสไตล์ของ ลูกค้า และจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมในเรื่องของการจัดการและการบริหารโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เพราะฉะนั้นเราหวังว่าอีก 3 – 5 ปีลูกค้านึกอะไรอยากจะได้อะไรเปิดเซเว่นแอพขึ้นมาแล้วก็สามารถสั่งสินค้าอะไรที่ต้องการได้เลยแล้วเราก็จะนำบริการนี้ส่งไปให้ถึงบ้านคุณ เช่น ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าในห้องนั่งเล่น ห้องนอน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทดลองตลาด โดยมีเป้าหมายส่งสินค้าให้กับลูกค้าภายใน 24 ชั่วโมง” นายวิวัฒน์ กล่าว และว่า

สำหรับปัจจัยที่จะส่งผลต่อเป้าหมายที่วางไว้ คือ มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะกับลูกค้า โดยบริษัทจะมุ่งเน้นที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หรือ Customers centric ทำอย่างไรที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมีการแบ่งลูกค้าเป็นกลุ่มและให้บริการลูกค้าในรูปแบบของบริการเฉพาะบุคคลด้วย (Personalized service) เพื่อรองรับไลสไตล์และพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละรายด้วยบริการที่หลากหลาย อาทิ การให้บริการการชำระเงิน การให้บริการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับลูกค้าเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ มีการนำคลาวด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในแต่ละวันสำหรับพนักงานมากกว่า 50,000 คน โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในซีพี ออลล์ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทอื่น ๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ด้วย โดยนอกจากการติดต่อประสานงานและทำงานเป็นทีมที่ราบรื่น รวดเร็วขึ้นด้วย Microsoft Teams แล้ว เรายังเริ่มนำ Power Platform มาใช้พัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ยกระดับระบบงานภายในให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการสนับสนุนให้ทุกแผนกและหน่วยงานคิดหาวิธีนำไปประยุกต์ใช้ในแนวทางที่ตรงกับเป้าหมายของตนเองและองค์กรในภาพรวม

ทั้งนี้ ซีพี ออลล์ และบริษัทอื่น ๆ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์จะปรับระบบงานขึ้นสู่คลาวด์อย่างเต็มตัวในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 โดยมีไมโครซอฟท์ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด รวมถึงการสำรวจความเป็นไปได้ที่จะนำนวัตกรรม AI เข้ามาปรับใช้ในองค์กรด้วย

นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ยังได้เปิดบริการ เซเว่น ดิลิเวอรี่ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าในเซเว่นผ่านไลน์เริ่มที่การสั่งซื้อ 70 บาทต่อครั้ง จะมีพนักงานไปส่งสินค้าฟรีในรัศมีใกล้บ้าน ปัจจุบันบริษัทฯ มีเซเว่นฯ ประมาณ 12,000 สาขาทั่วประเทศ แต่ละปีมีการขยายสาขาเพิ่มเฉลี่ย 500-700 สาขา

นอกจากนี้เซเว่นฯ มีแผนที่จะวางจำหน่ายสินค้าพร้อมปรุง Really-to-cook รองรับอาหารปลอดภัย โดย เริ่มมีโครงการทดลองขายในบางสาขาและจะขยายผลทุกบริการในปีนี้ บริษัทฯคาดว่าธุรกิจโดยรวมในปีนี้จะมีการเติบโตเลขดับเบิลดิจิต

นายวิวัฒน์ยังกล่าวว่า ปัจจัยสู่ความสำเร็จ ทีมงานเป็นเรื่องสำคัญ ผู้บริหารพยายามสร้างแรงเชียร์ให้พนักงานกล้าที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆนวัตกรรมไม่ใช่แค่เทคโนโลยีอย่างเดียวสินค้าก็มีนวัตกรรมได้ เข้าใจลูกค้า รวมถึงมีระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

#ซีพีออลล์ #เซเว่นอีเลฟเว่น #ไมโครซอฟท์ #Microsoft #MicrosoftTeams

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Follow by Email
Pinterest
LinkedIn
Share